การเมืองและเศรษฐกิจ

เจาะลึกระบบนิเวศสตาร์ทอัพสิงคโปร์สู่การขึ้นเป็นเบอร์ ๔ ของสตาร์ทอัพโลก

01 Sep 2021   Views 377 เจาะลึกระบบนิเวศสตาร์ทอัพสิงคโปร์สู่การขึ้นเป็นเบอร์ ๔ ของสตาร์ทอัพโลก

สิงคโปร์ ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลใหญ่เกินขนาดตัว ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศชั้นนำที่มีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาสตาร์ทอัพให้เป็นระดับยูนิคอร์น (Unicorn) ได้รวดเร็วที่สุดเป็นอันดับที่ ๔ ของโลก ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับประเทศมหาอำนาจด้านการพัฒนาดิจิทัลอย่างออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา โดยเป็นรองเพียงประเทศจีน (อันดับ ๑) เมืองฮ่องกง(อันดับ ๒) และญี่ปุ่น (อันดับ ๓) เท่านั้น โดยมีค่าเฉลี่ยเวลาในการพัฒนาเป็น Unicorn ที่ ๖ ปี ๑๑ เดือน East Asia Watch จะนำทุกท่านเรียนรู้กุญแจสู่ความสำเร็จเกี่ยวกับพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพดังกล่าวของสิงคโปร์ไปด้วยกัน

จากรายงานขององค์การการค้าโลก (WTO) ภายใต้หัวข้อ The Evolution and State of Singapore’s Start-up Ecosystem : Lessons for Emerging Market Economies ที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยในการสร้างระบบนิเวศด้านสตาร์ทอัพของประเทศสิงคโปร์ ที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาธุรกิจ จนกลายมาเป็นผู้นำในวงการสตาร์ทอัพในภูมิภาคไว้ ๕ ประการ คือ

๑) วิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีระยะยาวของรัฐบาลสิงคโปร์ ภายหลังจากเผชิญปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในปี ค.ศ. ๑๙๘๕ รัฐบาลสิงคโปร์มีการวางเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการวางรากฐานด้านดิจิทัลภายในประเทศ โดยเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๙๕ ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ National Technology Plan และต่อมาในปี ค.ศ. ๒๐๐๕ ได้ปรับปรุงใหม่เป็นแผนพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Plan) ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแผนยุทธศาสตร์การสนับสนุนการวิจัย นวัตกรรม และการประกอบการ ๒๐๒๕ (Research, Innovation and Enterprise 2025) ที่ยังคงดำเนินการจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ยังมีการตั้งองค์กรต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจ สตาร์ทอัพให้ได้มากที่สุด เช่น Startup SG และ Enterprise Singapore เป็นต้น

๒) การสร้างรากฐานผ่านการศึกษา สิงคโปร์เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ โดยแทบทุกมหาวิทยาลัยมีการจัดทำความร่วมมือกับ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) สถาบันเพื่อการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติสิงคโปร์ ซึ่งส่งเสริมความเข้มแข็งในด้านการวิจัย และการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยหลายแห่งยังมีโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการหน้าใหม่ (Incubator Start-up) เช่น มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) จัดตั้งโครงการ NUS Enterprise รวมถึงสร้างพื้นที่การทำธุรกิจสำหรับนักศึกษา หรือผู้สนใจในการจัดตั้งธุรกิจ Startup ที่รู้จักในชื่อ Block71[1] ซึ่งธุรกิจสตาร์ทอัพของสิงคโปร์มากกว่า ๖๐๐ ราย ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก Block71 ทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (Singapore Management University) ได้จัดตั้งโครงการ IIE's Incubator โดยสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพหน้าใหม่ไปแล้วกว่า ๒๘๔ รายเช่นกัน

๓) สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการระดมทุน การระดมทุนถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพ การก้าวกระโดดจากธุรกิจขนาดเล็กไปสู่ธุรกิจระดับ Unicorn นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่ผู้ร่วมลงทุนสนับสนุนทั้งสิ้น สิงคโปร์จึงสร้างระบบที่เอื้อต่อการระดมทุนตั้งแต่การระดมทุนในระดับ Seed Fund[2] ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดตั้งกองทุน SEEDS Capital สำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่โดยเฉพาะ นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ The Business Angel Network of Southeast Asia (BANSEA) หน่วยงานเครือข่ายนักลงทุนรายย่อย (Angel Investor)[3] ที่สนับสนุน Startup หน้าใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงการระดมทุนในระดับ Series A ขึ้นไป[4] ซึ่งมีบริษัทระดมทุนนานาชาติมากกว่า ๑๐๐ บริษัท ที่ทำการอยู่ในสิงคโปร์ ด้วยเหตุนี้ สิงคโปร์จึงเป็นสวรรค์ของการระดมทุนธุรกิจแห่งหนึ่งในภูมิภาค

๔) สร้างความเชื่อมโยงทางธุรกิจระดับโลก รัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนการเข้ามาลงทุนหรือจัดตั้งฐานการผลิต/สำนักงานส่วนภูมิภาคของบริษัทต่างชาติ ทำให้ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกว่าร้อยละ ๕๙ เช่น บริษัท Google, Facebook, Microsoft, LinkedIn, Apple และบริษัทชั้นนำอีกมากมาย ต่างมีสำนักงานส่วนภูมิภาคอยู่ในประเทศสิงคโปร์ทั้งสิ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพท้องถิ่นมีความเข้าใจในตลาดด้านเทคโนโลยีระดับโลก และสามารถแสวงหาประสบการณ์ได้จากระบบนิเวศการทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีภายในประเทศเอง

๕) การสนับสนุนอุตสาหกรรมเฉพาะทาง รัฐบาลสิงคโปร์ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมเฉพาะทาง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก (deep – tech sectors) โดยจัดตั้งหน่วยงานและพื้นที่สำหรับการดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะด้าน เช่น ‘CATALYST’ co–working space สำหรับผู้พัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์โดยเฉพาะ ‘PIER71’ ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีทางทะเล ‘ICE71’ ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ และหน่วยงานที่สนับสนุนเทคโนโลยีเฉพาะทาง ต่าง ๆ อีกมากมาย

แม้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั่วโลก แต่สิงคโปร์ยังคงมองหาโอกาสทางธุรกิจภายใต้สถานการณ์วิกฤตอย่างต่อเนื่อง จากรายงานของ CB Insights ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๖๔ สิงคโปร์มีธุรกิจสตาร์ทอัพระดับ Unicorn เพิ่มขึ้นกว่า ๕ ราย ได้แก่ ๑) PatSnap (๑๖ มี.ค. ๖๔) ๒) Moglix (๑๗ พ.ค. ๖๔) ๓) Matrixport (๑ มิ.ย. ๖๔) ๔) Caro (๑๔ มิ.ย. ๖๔) และ ๕) Nium (๑๓ ก.ค. ๖๔) ซึ่งนาย Cheong Boon Png ประธาน Enterprise Singapore (ESG) เห็นว่า ตัวเลขเหล่านี้สื่อถึงความยืดหยุ่นและศักยภาพของระบบนิเวศในสิงคโปร์ และแสดงถึงผลของความพยายามอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายสิบปีในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพของสิงคโปร์ และจะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายภายใต้แผนยุทธศาสตร์ Research, Innovation and Enterprise ภายในปี ค.ศ. 2025

* * * * * * * *

สำนักงานเลขานุการกรม
กรมเอเชียตะวันออก
สิงหาคม ๒๕๖๔



ที่มา: ๑) รายงานสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ เรื่อง สิงคโปร์เป็นอันดับ 4 ของโลก ที่ Startup พัฒนาสู่การเป็น Unicorn ได้รวดเร็วที่สุด

๒) Eliasz, Toni; Wyne, Jamil; Lenoble, Sarah, World Bank (2021). The Evolution and State of Singapore’s Start-up Ecosystem: Lessons for Emerging Market Economies. Retrieved 23 Aug 2021 from https://openknowledge.worldbank.org/handle/10986/35328

๓) National Research Foundation, Singapore (2021). RIE2025 Plan: Growing a Vibrant National Innovation System. Retrieved 25 Aug 2021 from https://www.nrf.gov.sg/rie2025-plan/growing-a-vibrant-national-innovation-system


ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลสิงคโปร์และพัฒนาการธุรกิจ Start-up ในประเทศสิงคโปร์ สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวบรวมโดยจับตาเอเชียตะวันออก (East Asia Watch) และศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์ ดังนี้

๑) อย่าพลาด! แผนยกระดับ Startups สิงคโปร์ไปสู่ระดับโลก โอกาสของผู้ประกอบการไทย: http://eastasiawatch.mfa.go.th/th/articles/politics-and-economy/1035/

๒) จับตาอุตสาหกรรม e-sport และเกมออนไลน์ในเอเชียและสิงคโปร์ โอกาสของผู้ประกอบการไทย: http://eastasiawatch.mfa.go.th/th/articles/politics-and-economy/867/

๓) ถอดรหัสแผนปฏิบัติการ Virtually Unlimited Singapore ปลดล็อคศักยภาพภายหลังสถานการณ์โควิด-๑๙: http://eastasiawatch.mfa.go.th/th/articles/politics-and-economy/980/



[1] ปัจจุบันนี้ Block71 ได้ขยายการจัดตั้งพื้นที่พัฒนา Startup ไปยังหลายเมืองทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออก เช่น เมืองซูโจว ประเทศจีน เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น กรุงจาการ์ตา เมืองบันดุง เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม
[2] การระดมทุนสำหรับธุรกิจ Startup ที่อยู่ในระยะตั้งต้น เน้นระดมทุนจากนักลงทุนรายยย่อย
[3] Angel Investor คือ ผู้ลงทุนรายย่อยในธุรกิจ Startup เกิดใหม่ เป็นคำเรียกเพื่อเปรียบเทียบเสมือนผู้มีบุญคุณหรือนางฟ้าของธุรกิจ Startup ที่จัดตั้งได้ไม่นานและต้องการเงินทุน
[4] การระดมทุนสำหรับนักธุรกิจ Startup ที่มีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ และต้องการขยายตลาดหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เน้นระดมทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ แบ่งเป็น Series A (๒ – ๑๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) Series B (๑๐ – ๔๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ Series C (๔๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป)