การเมืองและเศรษฐกิจ

Green Investment ยุทธศาสตร์การลงทุนสีเขียวของเกาหลีใต้

16 Sep 2021   Views 249 Green Investment ยุทธศาสตร์การลงทุนสีเขียวของเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีใต้ให้ความสำคัญลำดับต้นกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ให้เป็นเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ หรือที่เรียกว่านโยบาย “Green New Deal” เพื่อฟื้นฟูผลกระทบจากโควิด-๑๙ และสร้างเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมให้ภาคแรงงานและ SMEs โดยประธานาธิบดี มุน แช-อิน ได้กล่าวไว้ ในงาน International Day of Clean Air for Blue Skies ครั้งที่ ๑ เมื่อกันยายนปี ๒๕๖๓ ว่า รัฐบาลเกาหลีใต้มุ่งที่จะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยนอกจากนโยบายการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Neutrality) แล้ว รัฐบาลเกาหลีใต้จะผลักดันการเพิ่มจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศจาก ๑๑๐,๐๐๐ คัน ในปัจจุบันเป็น ๑.๑๓ ล้านคัน และยานยนต์ไฮโดรเจนจาก ๘,๐๐๐ คันในปัจจุบันเป็น ๒๐๐,๐๐๐ คัน ภายในปี ๒๕๖๘ นอกจากนี้ จะห้ามการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินใหม่และทยอยปิดโรงไฟฟ้าเดิมภายในปี ๒๕๖๘

ยุทธศาสตร์ “K-Battery” อุตสาหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เปิดตัวยุทธศาสตร์ “K-Battery” เพื่อพัฒนาให้เกาหลีใต้เป็นประเทศชั้นนำของโลกด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง (next-generation battery) และตั้งเป้าให้อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (new growth driver) โดยมีแผนการดำเนินการที่สำคัญ เช่น การสร้าง "Next-Generation Battery Park" ภายในปี ๒๕๖๙ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการวิจัยและทดลองของบริษัทเกาหลีใต้ การจัดตั้งกองทุนมูลค่า ๘ หมื่นล้านวอนหรือประมาณ ๒.๒ พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนา และมอบสิทธิประโยชน์การลดภาษีให้บริษัทผลิตแบตเตอรี่ในอัตราร้อยละ ๕๐ สำหรับการใช้จ่ายด้านโครงการวิจัยและพัฒนา และร้อยละ ๒๐ สำหรับการลงทุนด้านสาธารณูปโภค โดยกลุ่ม Chaebol หรือกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพลทางการค้าและการลงทุนในประเทศเกาหลีใต้ ๓ ราย ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ได้แก่ บริษัท LG Energy Solution, SK Innovation และ Samsung SD ได้ประกาศว่า จะลงทุนรวมกันเป็นมูลค่ากว่า ๔๐ ล้านล้านวอนหรือประมาณ ๑.๑ แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ดังกล่าวและเพิ่มการผลิตและส่งออกแบตเตอรี่ในระยะ ๑๐ ปีข้างหน้า ตามเป้าหมายที่รัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งไว้ว่าจะเพิ่มการส่งออกแบตเตอรี่จากมูลค่า ๗.๕ พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ๒๕๖๓ เป็น ๒ หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ๒๕๗๓ ทั้งนี้ ในปี ๒๕๖๓ เกาหลีใต้ครองสัดส่วนร้อยละ ๔๔.๑ ของตลาด rechargeable battery ของโลก โดยนำจีนและญี่ปุ่น นอกจากนี้ chaebol ๓ รายข้างต้นครองสัดส่วนมากถึง ๑ ใน ๓ ของตลาด EV battery ของทั้งโลก

ปลุกพลัง! การเดินหน้าสู่ยุค “Carbon Neutrality”ของเกาหลีใต้

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ ๑๔ ในโลกที่ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยเรื่องความสมดุลในการปล่อยคาร์บอนหรือ “Carbon Neutrality” โดยเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ รัฐสภาเกาหลีใต้ได้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลเกาหลีใต้ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ ๓๕ ภายในปี ๒๕๗๓ หรือลดลงมากกว่าจากระดับเดิมเมื่อปี ๒๕๖๑ โดยเป้าหมายดังกล่าวยังสามารถถูกปรับให้สูงขึ้นได้อีกในภายหลังด้วยคำสั่งของประธานาธิบดี (presidential decree) ในระยะต่อไปรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ดังกล่าวจะหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนเพื่อจัดทำร่างข้อเสนอการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ค.ศ. 2030 (Nationally Determined Contributions: NDC) ของเกาหลีใต้ และจะเผยแพร่ 2030 NDC ดังกล่าวในการประชุม UNCCC (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ อย่างไรก็ดี สมาคมธุรกิจบางแห่งในเกาหลีใต้ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวว่าจะเป็นการบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ยังต้องพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมการผลิต นอกจากการขับเคลื่อนของภาครัฐแล้ว ในขณะเดียวกัน ในเดือนสิงหาคม บริษัท LG Electronics ประกาศว่าจะเข้าร่วมการรณรงค์ "Business Ambition for 1.5°C" ของสหประชาชาติ ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้บริษัททั่วโลกร่วมออกมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยเป้าหมายเพื่อจำกัดให้ระดับอุณหภูมิโลกสูงขึ้นไม่เกิน ๑.๕ องศาเซลเซียส รวมทั้งเพื่อ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ โดยบริษัท LG เป็นบริษัทสัญชาติเกาหลีใต้แห่งแรกที่เข้าร่วมการรณรงค์ดังกล่าว และได้ประกาศข้อริเริ่ม "Zero Carbon 2030" ของบริษัทฯ อีกด้วย ซึ่งเป็นแผนการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนในขั้นตอนการผลิตสินค้า LG ให้ได้ร้อยละ ๕๐ จากปี ๒๕๖๐ ให้บรรลุผลภายในปี ๒๕๗๓ รวมทั้งจะดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ เช่นเดียวกัน

เป้าหมายเหมือนเดิม แต่นโยบายเพิ่มเติมมากขึ้น

เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ ประธานาธิบดีมุนฯ ได้กล่าวถ้อยแถลงผ่านระบบวีดิทัศน์ในงาน International Day of Clean Air for Blue Skies ครั้งที่ ๒ ว่า เกาหลีใต้จะเพิ่มปริมาณโรงงานและสาธารณูปโภคที่รองรับพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมให้มากกว่า ๒ เท่าของปัจจุบันภายในปี ๒๕๖๘ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมจากเดิมที่ผลิตรวมสองประเภทได้ ๑๗.๖ กิกะวัตต์ ในปี ๒๕๖๓ เป็น ๔๒.๗ กิกะวัตต์ ภายในปี ๒๕๖๘ ทั้งนี้ เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ตามนโยบาย Green New Deal ซึ่งรวมถึงเป้าหมายด้าน Carbon Neutrality ด้วย ซึ่งหากเกาหลีใต้ทำได้สำเร็จ คาดว่าสาขาอุตสาหกรรมสีเขียวจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดและเป็นโอกาสสำคัญสำหรับภาคเอกชนไทยในการเสริมสร้างโอกาสด้านการลงทุนร่วมกับบริษัทเกาหลีใต้ในอุตสาหกรรมสีเขียวทั้งในประเทศเกาหลีใต้และประเทศไทยต่อไป

* * * * * * * *

สำนักงานเลขานุการกรม
กรมเอเชียตะวันออก
กันยายน ๒๕๖๔