สังคมและสิ่งแวดล้อม

ปรากฏการณ์ Tokyo Olympic ที่ Fanless แต่ไม่ Funless

20 Aug 2021   Views 175 ปรากฏการณ์ Tokyo Olympic ที่ Fanless แต่ไม่ Funless

การแสดง "Pictogram" หรือรูปสัญลักษณ์การแข่งขันกีฬา โดยใช้มนุษย์เป็นผู้แสดงออกลวดลายท่าทาง Pictogram ๕๐ ท่า จาก ๓๓ ชนิดกีฬาที่มีการแข่งขันในโตเกียวโอลิมปิกด้วยจังหวะรวดเร็วและสมบูรณ์แบบ เป็นหนึ่งในการแสดงที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมอย่างล้นหลามในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ โตเกียวโอลิมปิก 2020 ที่เรียบง่ายแต่งดงาม ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินแต่มีความยั่งยืน เต็มไปด้วยนวัตกรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ญี่ปุ่นได้จัดพิธีเปิดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกอย่างเป็นทางการที่ สนามโอลิมปิกสเตเดียม ณ กรุงโตเกียว พิธีเปิดในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “United by Emotion” หรือ การรวมใจเป็นหนึ่งเดียวของมวลมนุษยชาติ ซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-๑๙ โดยสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-๑๙ ทั่วโลก ตามมาด้วยการเดินขบวนพาเหรดเข้าสู่สนามของแต่ละประเทศ ต่อด้วย การแสดงโชว์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างสนุกสนานแม้จะไร้ผู้ชมในสนาม รวมถึง การแสดง “Pictogram” ในส่วนของพิธีการจุดไฟคบเพลิง ได้มีการวิ่งคบเพลิงจากจังหวัดฟูกูชิมะตั้งแต่เดือนมีนาคม ๖๔ เป็นต้นมา ผ่าน ๔๗ จังหวัดทั่วญี่ปุ่น รวมระยะทางกว่า ๒,๐๐๐ กิโลเมตร เป็นเวลา ๑๒๑ วัน มีผู้ร่วมวิ่งคบเพลิงรวมกว่า ๑ หมื่นคน ความพิเศษของการจุดไฟโอลิมปิกครั้งนี้ คือ การจุดไฟโดยใช้ไฮโดรเจน และไม่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน

สถานการณ์ฉุกเฉิน bubble และเตียงกระดาษ

การแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกครั้งนี้ต่างจากโอลิมปิกครั้งก่อน ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเลื่อนจัดการแข่งขันเป็นเวลา ๑ ปี และต้องจัดขึ้นในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ในขณะที่กรุงโตเกียวยังอยู่ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ต้องจัดการแข่งขันโดยไม่มีผู้ชม โตเกียวโอลิมปิกครั้งนี้มีนักกีฬาทั้งสิ้น ๑๑,๐๙๑ คน จาก ๒๐๖ ประเทศและเขตปกครอง ประกอบด้วย ๔๑ ประเภทกีฬา เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬาและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ ไปสู่ชาวญี่ปุ่น ฝ่ายญี่ปุ่นมีมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ โดยกำหนดให้นักกีฬาต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด (bubble) ภายในหมู่บ้านนักกีฬาและสนามแข่งขันเท่านั้น รวมไปถึงสื่อมวลชนต่าง ๆ ทั้งจากในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ผู้แทนและแขกระดับสูงจากรัฐบาลต่างประเทศ ฝ่ายญี่ปุ่นได้กำหนดมาตรการที่เข้มงวดอย่างละเอียดถี่ถ้วน เช่น การจำกัดช่วงเวลาการพำนักแก่แขกระดับสูงจากต่างประเทศ การกำหนดตารางกิจกรรมสำหรับการเดินทาง การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันติดตามตัว เป็นต้น ซึ่งทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามมาตรการ การป้องกันการแพร่ระบาดของฝ่ายญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ของญี่ปุ่นยังเน้นเรื่องความยั่งยืนและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะเห็นได้ว่าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเตียงกระดาษในหมู่บ้านนักกีฬา เหรียญรางวัลที่ recycle จากขยะอิเล็กทรอนิกส์ และคบเพลิงที่ recycle จากขยะจากสึนามิ สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่กำหนดนโยบายในการสร้างสังคมสีเขียวและตั้งเป้าในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ โดยเป็นประเด็นที่นานาประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ หรือแม้แต่ไทยกำลังให้ความสำคัญ อีกทั้ง ยังให้ความสำคัญกับประเด็นคุณค่าสากลอื่น ๆ เช่น ความเสมอภาค โดยการให้นักกีฬาชาย-หญิง เป็นผู้ถือธงชาติเดินนำหน้าขบวนพาเหรดของแต่ละประเทศเข้าสู่สนาม และการจัดแท่นยืนรับเหรียญเงินและเหรียญทองแดงในระดับเท่ากัน

ทัพนักกีฬาไทย และน้องเทนนิสที่เล่นเทควันโด

ทัพนักกีฬาไทยได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ๔๑ คน ใน ๑๖ ชนิดกีฬา หากนับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย รวมทั้งสิ้น ๙๗ คน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการ IOC ผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย และสื่อมวลชนไทยได้เดินทางเข้าร่วมเป็นกำลังใจในการแข่งขันด้วย ผลการแข่งขันคือ นักกีฬาไทยได้รับเหรียญโอลิมปิกในครั้งนี้ทั้งสิ้น ๑ เหรียญทอง ๑ เหรียญทองแดง จบการแข่งขันในอันดับที่ ๕๙ ร่วม โดยเป็นอันดับ ๓ ของอาเซียน รองจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ โดย ๑ เหรียญทองได้จากนางสาวพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (เทนนิส) เทควันโด รุ่น ๔๙ กิโลกรัมหญิง และ ๑ เหรียญทองแดงจากนางสาวสุดาพร สีสอนดี (แต้ว) มวยสากล รุ่น ๖๐ กิโลกรัมหญิง ภาพรวมผล การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกครั้งนี้ ทัพนักกีฬาจากสหรัฐอเมริกาแซงเข้าวินคว้าเหรียญทองได้มากที่สุดในครั้งนี้ ส่วนอันดับ ๒ คือประเทศจีน และอันดับ ๓ คือญี่ปุ่น ประเทศเจ้าภาพ

ระหว่างการเข้าร่วมการแข่งขันของทัพนักกีฬาไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว นำโดย นายสิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจ้ให้นักกีฬาไทยในครั้งนี้อย่างเต็มที่ โดยมีการจัดอาหารไทยบรรจุกล่องให้แก่นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกวัน การอำนวย ความสะดวกในการรับ-ส่งคณะ รวมถึงการจัดน้ำและอาหารที่ท่าอาศยานเมื่อเดินทางถึง โดยนายสิงห์ทองฯ เอกอัครราชทูตฯ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำให้แก่ทัพนักกีฬาไทยทุกคน รวมถึงได้เดินทางไปให้กำลังใจแก่นักกีฬาไทยถึงขอบสนาม นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้จัดทำแคมเปญสนับสนุนและให้กำลังใจนักกีฬาไทยผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์อีกด้วย ซึ่งได้รับความนิยมจากประชาชนไทยและญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

ญี่ปุ่นส่งไม้ต่อให้ฝรั่งเศส นับถอยหลังสู่ “Paris 2024”

ญี่ปุ่นได้จัดพิธีปิดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๔ ณ สนามโอลิมปิกสเตเดียม ณ กรุงโตเกียว พิธีปิดเป็นไปอย่างเรียบง่ายภายใต้หัวข้อ “Worlds We Share” โดยเป็นลักษณะภาพสเหมือนการผ่อนคลายในสวนสาธารณะท่ามกลางกลุ่มคนที่หลากหลาย เพื่อสื่อให้เห็นถึง การเฉลิมฉลองและการปลดปล่อยภายหลังการแข่งขันอย่างเข้มข้นในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี การผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นของญี่ปุ่นเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ในพิธีปิดอย่างงดงาม ทั้งนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าชายอากิชิโน มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นเสด็จฯ ทรงเป็น ผู้แทนพระองค์ในพิธีปิดการแข่งขัน และมีนาย Thomas Bach ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) พร้อมด้วยนาง Hashimoto Seiko ประธานคณะกรรมการการจัดงานโตเกียวโอลิมปิก ร่วมในพิธีปิดในครั้งนี้

หลังปิดฉากโตเกียวโอลิมปิกอย่างเป็นทางการแล้ว ญี่ปุ่นได้ส่งไม้ต่อถึงฝรั่งเศสเพื่อนับถอยหลังสู่โอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิก Paris 2024 ครั้งต่อไป ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม – ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ นับว่าญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดโตเกียวโอลิมปิก อย่างดีเยี่ยม ทั้งในเชิงการการป้องกันการแพร่ระบาดและการสร้างจุดสนใจ แม้การแข่งขันจะจัดขึ้นโดย ไม่มีผู้ชมในสนาม แต่ผู้ชมทั่วโลกต่างเข้ารับชมการแข่งขันผ่านทางออนไลน์และทางโทรทัศน์มากขึ้น โดย IOC ระบุว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็น “The most digitally engaged games ever” เพราะมีผู้เข้าชม ผ่านเว็บไซต์ของ IOC กว่า ๕๐ ล้านคนตั้งแต่พิธีเปิด มากกว่าการแข่งขันโอลิมปิกที่ริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิลถึง ๒ เท่า อย่างไรก็ดี การจัดโอลิมปิกของญี่ปุ่นครั้งนี้เผชิญความท้าทายสูงกว่าครั้งก่อน ๆ มาก แต่ท้ายที่สุดด้วยจิตวิญญาณแห่งบูชิโด ญี่ปุ่นสามารถฝ่าฟันอุปสรรคและส่งไม้ต่อได้อย่างงดงาม เปลวเพลิงสัญลักษณ์ของโตเกียวโอลิมปิก 2020 ได้มอดดับลงแล้ว แต่จะกลับมาโชติช่วงสว่างไสวอีกครั้งในอีก ๓ ปีข้างหน้าที่มหานครปารีส

* * * * * * * *

สำนักงานเลขานุการกรม
กรมเอเชียตะวันออก
สิงหาคม ๒๕๖๔