ข่าวเด่น

การหารือทวิภาคีทางโทรศัพท์ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความร่วมมือระหว่างประเทศเมียนมา

 การหารือทวิภาคีทางโทรศัพท์ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความร่วมมือระหว่างประเทศเมียนมา

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายจ่อ ติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความร่วมมือระหว่างประเทศเมียนมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ (Natural Strategic Partnership) และเพื่อสานต่อประเด็นความร่วมมือที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

ทั้งสองฝ่ายได้หารือความเป็นไปได้ในการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนที่มีอยู่เดิมแต่ไม่ได้เปิดใช้งานและยกระดับจุดผ่อนปรนที่มีอยู่เป็นจุดผ่านแดนถาวร โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะพัฒนาพื้นที่ชายแดนและหารือร่วมกันเพื่อยกระดับจุดผ่านแดนผ่านกลไกทวิภาคีที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อเร่งส่งเสริมการค้าชายแดนเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความร่วมมือระหว่างประเทศเมียนมาขอบคุณรัฐบาลไทยที่อนุญาตให้แรงงานเมียนมาที่ตกค้างในประเทศไทยสามารถอยู่ในประเทศไทยและทำงานต่อได้อีก 2 ปี จนถึงเดือนมีนาคม 2565 และขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาอนุญาตให้ชาวเมียนมากลับเข้ามาทำงานในไทยได้โดยเร็วเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 คลี่คลายลง นอกจากนี้ ยังได้แสดงความขอบคุณไทยที่สนับสนุนความพยายามของเมียนมาในการรับมือกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งชื่นชมรัฐบาลไทยที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศได้อย่างดีจนติดอันดับต้นของโลก

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า การค้าการลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศหลัง COVID-19 จึงได้หารือ (1) การเร่งผลักดันการเชื่อมโยงผ่านโครงการพัฒนาถนนสองช่องทางซึ่งเชื่อมจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี - ด่านทิกิ ภาคตะนาวศรี กับพื้นที่เขตเศรษฐกิจทวาย (2) การส่งเสริมการลงทุนของนักธุรกิจไทยในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษในรัฐมอญซึ่งสามารถเชื่อมเมียนมาเข้าสู่จังหวัดตากและต่อไปจนถึงนครดานังผ่านเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก - ตะวันตก (East-West Economic Corridor - EWEC) และ (3) การอำนวยความสะดวกให้แก่นักธุรกิจของทั้งสองฝ่ายในการเข้าไปลงทุนในทั้งสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาของไทยในรัฐยะไข่ โดยเฉพาะโครงการที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะประเมินความต้องการเบื้องต้นของอาเซียน (Preliminary Needs Assessment - PNA) โครงการพัฒนาชุมชนต้นแบบบนพื้นฐานการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เมืองซิตต่วย และโครงการความร่วมมือไตรภาคี (tripartite cooperation) อาทิ กับญี่ปุ่น และโอกาสในการขยายความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน

                            * * * * * * * * *


สำนักงานเลขานุการกรม
กรมเอเชียตะวันออก
สิงหาคม 2563