ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับมาเลเซีย

มาเลเซีย

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ภาพรวม

 ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับมาเลเซียเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2500 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียกว้างขวางและลึกซึ้ง โดยมาเลเซียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยและนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางมาไทยมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากจีน ประชาชนทั้งสองฝ่ายไปมาหาสู่กันต่อเนื่องและบางส่วนผูกพันฉันเครือญาติ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับรัฐทางเหนือของมาเลเซีย

ไทยและมาเลเซียได้ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจขึ้นเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่เข้มข้น” เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้ร่วมกันผลักดันโครงการความร่วมมือสำคัญให้มีความคืบหน้า โดยเฉพาะการบริหารจัดการตามแนวชายแดนและโครงการพัฒนาความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ อาทิ การขยายเวลาทำการของด่านศุลกากรสะเดา - บูกิตกายูฮิตัม เป็น 24 ชั่วโมง และกำลังผลักดันความร่วมมือด้านการดำเนินการด้านพิธีการศุลกากร ณ จุดเดียว รวมถึงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกที่จังหวัดนราธิวาส 2 แห่ง ได้แก่ (1) สะพานสุไหงโก-ลก - รันเตาปันยัง แห่งที่ 2 และ (2) สะพานตากใบ - เปิงกาลันกุโบร์ 

ด้านการเมือง

กลไกความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับมาเลเซียที่สำคัญ ได้แก่  
(1) การประชุมประจำปีระดับนายกรัฐมนตรี (Annual Consultation - AC) 
(2) คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission for Bilateral Cooperation - JC) ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับมาเลเซียอย่างรอบด้าน และติดตามประเด็นความร่วมมือที่ยังคั่งค้างของทั้งสองประเทศ 
(3) คณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (Joint Development Strategy for Border Areas - JDS) ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ในด้านความมั่นคง ไทยและมาเลเซียมีกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่สำคัญ ได้แก่ 
(1) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee - GBC) ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 
(2) คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee - HLC) ระดับผู้บัญชาการทหารสูงสุด  
(3) คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee - RBC) ระดับแม่ทัพภาคที่ 4

ด้านเศรษฐกิจ

การค้า

ไทยและมาเลเซียมีกลไกคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย - มาเลเซีย (Joint Trade Committee - JTC) ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน มาเลเซียเป็นคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 4 ของไทย (รองจากจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ) และเป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุดของไทยในอาเซียน เมื่อปี 2562 มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 728,508 ล้านบาท (ประมาณ 23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้ มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซียกว่าร้อยละ 45 เป็นการค้าชายแดน โดยด่านศุลกากรสะเดา - บูกิตกายูฮิตัมเป็นด่านชายแดนทางบกที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของไทย

การลงทุน 

ภาคอุตสาหกรรมหลักที่ไทยลงทุนในมาเลเซีย ได้แก่ ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี กระดาษและสิ่งพิมพ์ การผลิตอาหารและเคมีภัณฑ์ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมหลักที่มาเลเซียลงทุนในไทย ได้แก่ การบิน ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก เซรามิก อุปกรณ์และสิ่งประกอบรถยนต์

การท่องเที่ยว

ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียมาไทยประมาณ 4.16 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.64 จากปี 2561) มากเป็นอันดับ 2 รองจากนักท่องเที่ยวจีน (ประมาณ 10.9 ล้านคน) ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยไปมาเลเซียประมาณ 1.88 ล้านคน (ลดลงร้อยละ 1.6 จากปี 2561) ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในด้านการท่องเที่ยว เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดสตูลกับเกาะลังกาวีของมาเลเซีย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดสองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง (Two Countries, One Destination) ของไทยและแคมเปญ Visit Malaysia 2020 ของมาเลเซียด้วย