ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับลาว

ลาว

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ภาพรวม

ประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2493 ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนการเยือนทั้งในระดับพระราชวงศ์ รัฐบาล กองทัพ และ อย่างสม่ำเสมอ และเมื่อธันวาคม 2561 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์เป็น หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อความเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืนมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์ในทุกมิติ จึงถือเป็นยุคทองของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ 

ในปี 2563 -2564  ไทยและ สปป. ลาว จะฉลองครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยจะจัดกิจกรรมฉลองโอกาสดังกล่าวบนหลักการ ทันสมัย เข้าถึง และมุ่งเน้นเยาวชนคนรุ่นใหม่

ด้านการเมือง

ภายใต้การนำของนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว รัฐบาลลาวมุ่งเน้นการดำเนินนโยบาย 3 เปิด (เปิดประตู เปิดอุปสรรค และเปิดใจ) ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งไทยสนับสนุนนโยบายดังกล่าวโดยมุ่งหวังให้ลาวพัฒนา (1) จาก land-locked สู่ land-linked (2) เป็นประเทศที่เน้นการส่งออกไฟฟ้า และ (3) หลุดพ้นจากการเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC) ภายในปี 2563 

ในด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศมุ่งเน้นการรักษาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนเพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาข้ามแดนต่าง ๆ อาทิ ปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ ปัญหาสิ่งแวดล้อม หมอกควัน และโรคอุบัติใหม่ 

กลไกความร่วมมือสำคัญระหว่างไทยกับ สปป. ลาว ได้แก่ 

(1)    คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ (Joint Commission on Cooperation : JC) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานร่วม เป็นกลไกกำกับดูแลความร่วมมือระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ในภาพรวมในทุกมิติ 

(2)    กลไกทวิภาคีด้านการเมืองและความมั่นคง ได้แก่ คณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานร่วม การประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดนไทย-ลาว มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยเป็นประธานร่วม

(3)    กรอบอื่น ๆ อาทิ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานร่วม และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมทุกสาขาหลักของความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่ การประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและ
ปราบปรามยาเสพติด การประชุมว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ การประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา ฯลฯ

ด้านเศรษฐกิจ

การค้า 

ปี 2562 การค้าระหว่างไทยกับ สปป. ลาว มีมูลค่า 6,385 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลดลงจากปี 2561 (6,738 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ร้อยละ 5.23 ฝ่ายไทยได้ดุลการค้า 1,309 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย คือ น้ำมันสำเร็จรูป สินค้าปศุสัตว์ รถยนต์/อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ ในขณะที่สินค้านำเข้าที่สำคัญ คือ เชื้อเพลิง (ไฟฟ้า) สินแร่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ อุปกรณ์ไฟฟ้า ผักและผลไม้ และปูนซีเมนต์ ทั้งนี้ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของ สปป. ลาว ในขณะที่ สปป. ลาว เป็นคู่ค้าอันดับที่ 20 ของไทย

การลงทุน  

ตามข้อมูลของกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ไทยเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับ 2 ในสปป.ลาว (รองจากจีน) เมื่อพิจารณาจากมูลค่าการลงทุนสะสมในช่วงปี 2532-2553 จำนวน 748 โครงการ มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมดรวม 4,491,684,613 ดอลลาร์สหรัฐ สาขาการลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า ขนส่งและโทรคมนาคม ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธนาคาร อุตสาหกรรมไม้แปรรูป เครื่องนุ่งห่ม และหัตถกรรม สำหรับปี 2562 กระทรวงแผนการและการลงทุนของลาวระบุว่า การลงทุนของไทยใน สปป. ลาว มี 3 โครงการ มูลค่า 17.75  ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การท่องเที่ยว 

ข้อมูลของกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว ระบุว่า ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปลาว 2,160,300 คน  คิดเป็น
นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่สุดของลาว (ร้อยละ 45.09) เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 11.94 โดยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้ สปป. ลาว มากที่สุดประมาณ 224
,110,480  ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณร้อยละ 24.9 ของรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งหมด)  ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไทยระบุว่า ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวลาวเดินทางเข้าไทย 1,845,375 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.86 สร้างรายได้ให้ประเทศไทย 54,881.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.76

ด้านอื่นๆ

ความเชื่อมโยงด้านคมนาคม


ไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ (seamless connectivity) ซึ่งช่วยสนับสนุนนโยบายของลาวในการเป็นประเทศ land-linked ด้วยโครงการช่วยเหลือและการผลักดันเชิงนโยบายที่สำคัญ เช่น

(1) การก่อสร้างสะพานมิตรภาพเชื่อมจังหวัดและแขวงของ สปป. ลาว โดยเมื่อ 14 มิถุนายน 2562 ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความตกลงก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ)

(2) แผนงานก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ เพื่อลดการจราจรที่คับคั่งบนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 (หนองคาย - เวียงจันทน์)

(3) ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป. ลาวในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายท่านาแล้ง - นครหลวงเวียงจันทน์ (ระยะที่ 2) ระยะทาง 7.75 กิโลเมตร เพื่อรองรับความเชื่อมโยงของโครงการรถไฟไทย - ลาว

(4) ผลักดันการเปิดพื้นที่ควบคุมร่วมกัน (Common Control Area CCA) ณ จุดผ่านแดนมุกดาหาร - สะหวันนะเขต ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการข้ามแดนของคนและสินค้าไทย - ลาว - เวียดนามตามเส้นทางหมายเลข 9 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง EWEC

(5) ผลักดันให้ สปป. ลาว รวมเส้นทางหมายเลข 12 เป็นเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเชื่อมโยงไทย – สปป. ลาว - เวียดนาม - จีน

 

ด้านสังคม

(1) ไทยส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระดับประชาชนต่อประชาชนผ่านการดำเนินโครงการสังคมและวัฒนธรรมต่าง ๆ อาทิ การเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน โดยเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2562 สมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพและกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายที่วัดพระธาตุหลวงเหนือ นครหลวงเวียงจันทน์ และโครงการโรงเรียนเพื่อนมิตรไทย-ลาว และล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 7 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนที่โรงเรียนประถมสมบูนไซยะบุลี แขวงไซยะบุลีเพื่อฉลองครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับ สปป. ลาว ในปี 2563 โดยมีสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพเป็นผู้ประสานงานโครงการ ทั้งนี้ สมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ และสมาคมลาว-ไทย เพื่อมิตรภาพ เป็นกลไกส่งเสริมการดำเนินความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับ สปป. ลาว ในระดับประชาชนสู่ประชาชน

          (2) ไทยและลาวได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรแล้ว 3 คู่ ได้แก่ กรุงเทพฯ กับนครหลวงเวียงจันทน์ จังหวัดเพชรบูรณ์กับแขวงหลวงพระบาง และจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขด  

          (3) กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างจัดทำแผนความร่วมมือวิชาการไทย-ลาว ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 - 2565) โดยมีโครงการเพื่อการพัฒนาที่ฝ่ายไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือฝ่ายลาวกว่า 40 โครงการ มุ่งเน้นด้านการเกษตร สาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การค้า/อุตสาหกรรม/ท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม

 

โครงการพระราชดำริ

          ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนใน สปป. ลาว ส่วนหนึ่งดำเนินอยู่ภายใต้โครงการพระราชดำริ อาทิ
โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) และโครงการส่งเสริมกิจกรรมโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า (หลัก 67)
ซึ่งเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี นอกจากนี้ ยังมีโครงการแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นโครงการภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมูลนิธิ
ชัยพัฒนากับมหาวิทยาลัยจำปาสัก และโครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตร (หนองเต่า) บ้านโพนสิม เมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต